วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ขอร่วมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย

ไม่มีกะจิตกะใจจะกลั่นจะเขียนเป็นกลอนรำพึงอะไรออกมา

ขอจารึกไว้ใน blog คนช่างเพ้อเจ้อ แม้อยู่ไกลแต่หัวใจอยู่ไทยเสมอ

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

"ข้าพระพุทธเจ้าฯ ขอร่วมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย"

วันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ตื่นเช้า ด้วย iTunes

ด้วยความเห่อ คอมฯชุดใหม่ และ ชุดลำโพงที่บังเอิญดี เหตุเพราะไม่คิดว่า ลำโพงที่สั่งไปมันจะดีขนาดนี้ ก็เลยต้องใช้เสียให้สะใจ ตอนนี้ผมเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจนเสียเวลางานไปพอสมควร

SCENARIO
ผมต้องการเปิดเพลงปลุกตอนเช้า เนื่องจาก นาฺฺฬิกาปลุกในมือถือมันดังไม่พอ อยากรัน script สำหรับเปิด iTunes แล้วเล่น Playlist ที่ save ไว้ เลือกเพลงแจ่มๆสำหรับตอนเช้าเอาไว้

แนวทาง แน่นอน script กับ Windows Scheduler

ข้อจำกัดของวิธีนี้ ต้องเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้ และ แน่นอน ต้องเปิดลำโพงทิ้งไว้ด้วย ไว้ว่างๆ จะหาวิธีตั้งเวลาเปิดเครื่องอีกที

วิธีการ
1. Download script จาก http://maximized.com/freeware/scriptsforitunes/
2. Install ซะ โดย default มันจะลงให้ที่ folder ของ iTunes เลย ก็ไม่ใช่ปัญหา
3. มี script (VBScript) สำหรับการสั่ง iTunes จาก command line เพียบ มี document ให้เสร็จสรรพ แต่ที่ต้องการจากนั้นคือ batch file แบบดิบเถื่อน ง่ายๆตามนี้ครับ
Filename: wake_me_up.bat (จะใส่ please เพื่อความสุภาพก็ได้ แต่คงไม่มีใครใส่ใจ -.-)

CD "C:\Program Files\Itunes\Scripts"
PlayPlayList.vbs "Good Morning"
SetVolume.vbs 100

(อธิบายเถื่อนๆ ก็เริ่มจาก ย้าย current directory ไปที่ iTunes script ก็แล้วแต่ว่า install ไว้ที่ไหน จากนั่้น ก็เรียก PlayPlayList เพื่อเรียก iTunes ให้เล่น Playlist ที่ save ไว้ก่อนแล้ว ในที่นี้ชื่อ Good Morning จากนั้นก็ปรับ volume ให้สุดๆ จะได้ตื่น)

4. สร้าง schedule ใน Windows Schedule (ไปที่ Control Panel --> Scheduled Tasks)
5. Click "Add Scheduled Task" จะขึ้น Wizard มาให้ กด Next แบบไม่ต้องอ่าน
6. Browse ไปที่ program จะให้เรียก ในที่นี้
"C:\Program Files\iTunes\Scripts\wake_me_up.bat"
7. ตั้งเวลา เป็น Daily และเอาสัก 7 โมงเช้า หรือกี่โมงก็แล้วแต่
8. ที่สำคัญอีกอย่างคือ Click ที่ Run only if logged on ไม่งั้นจะรัน เหมือน service ซึ่ง ไม่มีประโยชน์สำหรับกรณีนี้

(ผมอธิบายไม่ละเอียดนัก ไม่ได้ capture หน้าจอ ก็ไปลองเอาเองแล้วกันนะครับ คงไม่ยากเกินไป)
(แนะนำให้เลือกเพลงจาก เบาๆ ไปจนหนักๆ ถ้าไม่ยอมตื่นเสียทีก็เปิดเพลง แรงๆ สักเพลงที่ 5-6)

วันเสาร์ที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

Block MSN Ads

เข้าใจว่าหลายๆคนคงรู้นานแล้ว (แต่ผมไม่รู้นี่) ว่าทำกันยังไง แต่เนื่องจากเห็นว่าไหนๆมันก็แค่มุมหาตังเล็กๆของเค้า โปรแกรมก็ให้ใช้ฟรี เลยหยวนๆให้ แต่หลังๆมันชักจะน่ารำคาญ แค่ลากเมาส์ผ่านก็ขนานหน้าจอ แต่ที่แย่ที่สุดคือ พอลากผ่านไปแล้วดันไม่ลงตาม เลยมาถึงขีดสุดแล้ว!!! ใครยังไม่รู้ก็ทำตามนี้ละกัน

1. ไปที่ Control Panel
2. ไปที่ Internet Options
3. กดที่ Security
4. คลิ๊กที่ Restrict Sites
5. ใส่ว่า rad.msn.com แล้วก็กด Add
6. คลิ๊กที่ Close

เพียงเท่านี้ Ads มันก็จะหายไป !!

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ExtJS

JavaScript did it again!
Check this sample application
http://www.extjs.com/deploy/dev/examples/desktop/desktop.html

I have been developing AJAX web using DHTMLX components for quite a while. Now I am stunned with this work of ExJS magic.

My impression about DHTMLX components was that they are great. However, cross-platform and version compatibilities are issues. Recently I upgraded dhtmlXGrid to 1.5 and that costed me time to modify my codes!

ExtJS will be my on top of my test list.

วันพุธที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

VI กับความภูมิใจเล็กๆ

VI คือ "Very Idiot" text editor ที่ผมรู้จักมาตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มใช้ Internet ตอนนั้นยังใช้ Terminal จริงๆ มันไม่ได้แปลว่า very idiot หรอก ผมหาเรื่องไปเอง เหตุเพราะมันใช้ยากเย็น learning curve สูงปรี๊ด ถ้าไม่โดนบังคับให้ใช้ ก็ไม่คิดจะใช้เลย
(บทความนี้ ขอดัดจริต ไทยคำ ฝรั่งคำ เหตุเพราะ technical term เยอะ แปลแล้วจะไปกันใหญ่)

ตามข้อมูลจาก wiki
"vi is a screen-oriented text editor written by Bill Joy in 1976 for an early BSD release."

นั่นคือ VI เป็น text editor ที่เก่าแก่เอาเรื่อง แต่ทำไม VI ถึงยังเป็น choice หนึ่งของ program หลายๆคน

ข้อเสียของ VI
1. ไม่มี menu สำหรับคำสั่งอะไรทั้งสิ้น
2. ใช้ mouse ไม่ได้ ทำให้การย้าย cursor จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งใน viewport เดียวกัน ต้องใช้แต่ shortkey เรียนให้ทราบว่า arrow key กดบนๆล่างๆซ้ายขวาซ้ายขวา ไม่ได้ทำให้ป้อก 30 ตัว หรือ ย้าย cursor ได้สะดวกอย่างใจคิด บางที terminal type ที่เลือก ก็ทำให้ arrow key ใช้ไม่ได้
3. ต้องจำ หรือ มีโพย shortkey ไว้ข้างๆ ในกรณีที่ยังใหม่กับ VI
4. การ save file ไม่มีการ browse หน่าจ๊า ใส่ full path เท่านั้น
5. ถ้าเกิดคลั่งจากการเขียนโปรแกรม แล้วเอามือฟาดๆๆๆ keyboard ตามการกระตุ้นจากฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อ อาจทำให้ลบทุกบรรทัดใน file แล้ว save ไปโดยไม่ตั้งใจ ยังความฉิบหายมาสู่เครือญาิติ เพราะผู้คลั่งนั้น ต้องรับผิดชอบเขียนใหม่ ทำให้พ่อแม่พี่น้อง ต้องรอไอ้คลั่งนี้เรียนจบช้าลงไปอีกสองวัน

ข้อดีของ VI ในข้อเสีย มีความดีซ่อนอยู่
1. ไม่มี menu อะไรทั้งสิ้น ทำให้พื้นที่ใช้งานเต็ม 100% เหมือน View Finder ของกล้องไม่มี pop-up flash คุ้มค่าทุก pixel
2. ใช้ mouse ไม่ได้ นี่จริงแล้วเป็นข้อดี การเขียนที่ไม่ต้องย้ายมือไปจับ mouse นั้น ทำให้งานเร็วขึ้นมากมาย มากจริงๆ แม้ยุคนี้ จะไม่ต้องกังวลกับลูกกลิ้ง mouse ที่สกปรกโสโครก ต้องถอดมาขูดๆ ให้มันกลิ้งได้ดั่งใจ optical mouse ก็ยังมีปัญหากับผิวสัมผัสที่หักเหแสง เช่นบนโต๊ะที่มีกระจกเป็นผิวหน้า แล้วทำตัวเหมือนเลนส์หักเหแสงชั้นดี ยังความรำคาญมาสู่การเล็ง cursor ให้แม่นยำเวลาเล่นเกม FPS
3. คำสั่งต่างๆ ถ้าจำได้แล้ว มันช่างรวดเร็วในการใช้งานเหลือหลาย อยาก save ก็ ESC->:->w ให้ลาก mouse ไปกด file save นี่ ช้ากว่าแน่นอ (หมายเหตุ ห้ามกด CTRL+S เพราะจำ freeze terminal หน่าจ๊า ถอน freeze ไม่เป็น จะพาลต้องปิด terminal เสียเวลาอีก ถอนด้วย CTRL+Q)
4. ...... ข้อนี้ เอามาตีแตกไม่ได้ ผ่าน!
5.........อันนี้ก็ไม่ใช่ประเด็นของ VI เหตุเพราะคุณควรครองสติให้อยู่ :P
6. เป็น editor ที่มีในทุกตระกูลของ *NIX (แม้คนไทยจะอ่าน LINUX ว่า ลินุกซ์ แต่ผมได้ยินฝรั่งมันอ่านว่า ลินิกส์ตลอด) ใน distribution ดั่งเดิมของ *NIX จะมี text editor สุดหรูนี้ให้คุณใช้เสมอ เริ่มต้นแก้ไข configuration ของ OS ก็ต้องมาสะใจกับการใช้ VI ก่อน กว่าจะ config เสร็จ สำหรับผู้ที่ไม่ชำแนว
7. มี verion สำหรับ Windows สำหรับผู้ที่ mouse ไม่สมประกอบ ผมยังหาเหตุผลดีๆของการใช้ VI บน Windows ไม่ได้ เมื่อมี Text editor สุดล้ำมากมายให้ใช้

ถึงวันนี้ จากวันแรกที่รู้จัก VI แล้วได้แต่ด้อมๆมองๆ ไม่กล้า่ใช้ เพราะกลัวมึนกับ shortkey ผมก็ได้เข้าถึงมันจนได้ รู้สึกเหมือนชนะอะไรบางอย่าง กร้ากส์!!!

เพื่อให้เห็นภาพว่า VI ใช้งานอย่างไร ขอเชิญพบกับ
vi Complete Key Binding List http://hea-www.harvard.edu/~fine/Tech/vi.html

วันพุธที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

แค่ช่องว่าง นำมาซึ่งอนัตตา

งานพิเศษที่ผมทำ ใช้ UNIX เป็นหลัก (แม้จะเป็น Windows terminal เข้าไปทำงานก็ตาม)
ก็เลยเกิดอาการสะจายที่ได้กลับมาใช้ CLI อีกรอบ คำสั่งสั้นๆ เรียบเรียงออกจากหัวฉับๆ อัดลงบนแป้นพิมพ์ผลักๆ แล้ว กด Enter อย่างหนักหน่วง ด้วยความมั่นใจ

แล้วความวิบัติก็บังเกิด
ผมต้องการลบ file output สี่ห้า file (เช่น out1.txt, out2.txt, out3.txt, ...) เลยสั่ง
rm out *

เพื่อลบทุก file ที่ชื่อขึ้นต้นด้วย out แล้วตบปุ่ม Enter ด้วยการสะบัดมือขวาอย่างมั่นใจ แล้ว error ก็บังเกิด
out: No such file or directory


อ่ะ? ทำไมหาไม่เจอหล่ะพวก
ls ดูอีกที พบว่า ทุก file ใน directory นั้นหายไปหมด บังเกิดความว่างในบัดดล

แว้ก!! ลองย้อนไปดูว่า สั่งอะไรไป
rm out * ดันมี space ระหว่าง out กับ * มันเลยบอกหา out ไม่เจอ แต่ * หาเจอค้าบ ลบให้เกลี้ยงเลย ฮิฮิ <<< มันคงคิดในใจอย่างนี้

แม่เจ้า!!! ไร้ backup สิ้นดี หมดกัน เขียนใหม่ตั้งแต่ต้น มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
รู้ทั้งรู้ว่า rm มันไร้ปราณี แต่ก็ยังประมาทมัน

วันอังคารที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

Capture lengthy web pages? worry no more!

A classic way to capture the screen is there at PrtScn (Print Screen) button; however you may end up putting your computer to Sleep Mode as we are often confused with various key layouts. My friend told me about this FireFox add-on, FireShot, which can capture lengthy web pages although they are not fit your monitor. The shortkey CTRL+ALT+Z will save you from putting your computer to bed and ask for options to save to file, copy to clipboard, or even attach to an email!!




วันจันทร์ที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เพลงพราย Research นรก

(เอาไว้ร้องตอน Paper โดน Reject หน่าจ๊า)

Intro: Em Em

Em A
เขียนมาให้พวกมึง Review วิจัยให้พวกมึงเหยียบย่ำเล่น
G F#
หรือเห็นกูเป็นกากเดนสังคม
Em A
ไม่มีแดกก็ไม่ได้ขอมีงกิน ไม่ปลิ้นปล้อนให้ใครชม
G F#
ถึงเหม็นเป็นอาจม กูก็เขียนของกูเองงงงง

G F# E F# E F# E F#
* ลำบาก test ก็มาจากผลงานวิจัย
A G G# A F#
ขบขัน หวั่นไหว ใครไม่อินก็ไป ให้ไกล.. ไกล..................... ตีน!

Em A
งานกูต่ำทำพวกมีงรำคาญ กูหยาบกร้านเทียบกับใครไม่ได้
G F#
มีงจะแคร์ไปทำไม หลับหูหลับตาไป อย่า Review!
Em A
ทุกๆอย่างมีในชีวิตจริง ทุกๆสิ่งอยู่ในตัวของเรา
G F#
ชาติชั่วหรือโง่เง่า ก็ไม่เคยลอกงานใคร (อุแหว่ะ)

(ซ้ำ *)

Em Bb
** พี เฮช ดี (PhD) นรกร้องคร่ำครวญ มีงเป็นเทวดาสัตว์กะหมา

(ซ้ำ ** 2รอบ)

Em Bb
*** พี เฮช ดี (PhD) นรกร้องคร่ำครวญ มีงเป็นเทวดาสัตว์กะหมา
Em Bb
พี เฮช ดี (PhD) นรกร้องคร่ำครวญ มีงเป็นเทวดาสัตว์กะหมา
Em Bb
พี เฮช ดี (PhD) นรกร้องคร่ำครวญ มีงเป็นเทวดาสัตว์กะหมา

วันเสาร์ที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

6 ระดับของความเมาสุรา

สถาบันด๊อกเตอร์มาร์ติน ได้แบ่งระดับความเมาเหล้าของมนุษย์ไว้ 6 ระดับ ด้วยกัน คือ

ระดับที่ 1 : Smart (ความฉาลาด)

เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปจนเมาถึงระดับนี้ จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆคนในบาร์ ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาล จะถูกนำมาเปิดเผยหมด ไม่ว่าใครพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี และคุณจะรู้สึกว่า ทุกอย่างที่คนอื่นพูดมาเป็นเรื่องผิดไปหมด ไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมี จึงจะมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆกัน

ระดับที่ 2 : Good looking (ดูดี)

คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาดีที่สุดในละแวกนั้น และทุกๆคนเริ่มจะหันมาสนใจคุณเพราะคุณดูดี แน่นอน คุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆคนได้ ในทุกๆเรื่องด้วย เพราะคุณทั้งดูดี และ ฉลาด

ระดับที่ 3 : Rich (รวย)

เมื่อเมาถึงระดับนี้ คุณจะพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้ เพราะคุณมีเงินมหาศาล และถ้าใครพูดอะไรผิดหู คุณสามารถท้าพนันได้ทุกเรื่อง เพราะคุณยังฉลาดกว่าด้วย นอกจากนี้คุณยังดูดีมากๆด้วย

ระดับที่ 4 : Bulletproof (คงกระพัน)

เมื่อเมาถึงระดับนี้ ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วๆไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆคนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้ คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณได้ และ คุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วยเพราะว่า คุณทั้งฉลาด ดูดี รวย และต่อสู้เก่งระดับนักมวยมืออาชีพ

ระดับที่ 5 : Invisible (ล่องหน)

ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมาก จึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาระดับนี้ คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ แหกปากร้องเพลงกลางถนน ไล่ตีหัวคนอื่น ก็ทำได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ

ระดับที่ 6 : Meditation (เข้าฌาณ)

ระดับนี้ เรียกว่าเป็นระดับสุดยอดของความเมา เพราะคุณจะสามารถดำดิ่งลงไปในฌาณได้อย่างรวดเร็ว สงบ แม้จะมีคน หรือ สัตว์ใดๆมากวน คุณก็ไม่หลุดจากฌาณได้ คุณจะมีความสุขในฌาณของคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้คุณยังสามารถเข้าฌาณในที่ใดก็ได้ แม้จะเป็นข้างถนน เพราะคุณล่องหนได้ ไม่มีใครมองเห็นคุณ

------------------------------
เอามาจาก http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y6893805/Y6893805.html

วันอังคารที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

Code Beautifier

It does sound strange in the term, but it's truly needed, at least for myself.
Coding is not always so neat as the code grows time to time, usually unplanned.

This is an web-based tool to make your code looks better.
It supports languages with similar notations, i.e. PHP, Java, C++, C, Perl, JavaScript, and CSS.

http://www.prettyprinter.de/module.php?name=PrettyPrinter

You may not feel so safe posting your code to some websites, so think before use.

วันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Notepad++ error?

Oh! This is a very interesting finding. It is an error message from my beloved Notepad++.

Ahhh what da heck???
It's a "God Damn Exception" and it's triple six!
Muaa ha ha ha.

วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

Notepad++ rules

I was once an Editplus fan, but it troubled me when I tried to upgrade from version 2 to 3. Editplus didn't want to be my default editor any longer. I, by chance, found Notepad++, a freeware with heaps of features. It comes with embedded plug-in like HexEdit and stuff, plus code collapsing which is so sweet, isn't it?

PS: don't mind my colour settings

วันอังคารที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

:::•*๐หางแมวบอกอารมณ์๐*•:::





โกนจา


แมว "โกนจา" หรือบางแห่งก็เขียนว่า "โกญจา" แมวชนิดนี้เป็นแมวสีดำสนิทตลอดทั้งตัว ขนสั้น ไม่มีสีอื่นใดปะปนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลักษณะเป็นขนเส้นเล็กละเอียดนุ่ม ส่วนหัวกลมแต่ไม่โต มีปากเรียวแหลม หูตั้ง นัยตาเป็นสีเหลืองอมเขียวหรือทองอ่อน อาจเปรียบได้กับดอกบวบแรกแย้มหรือทองดอกบวบ รูปร่างสะโอดสะองคล่องแคล่ว หางยาว ปลายหางแหลมตรง อุ้งเท้าทอดคล้ายเท้าสิงห์ มีความสง่างามขณะเคลื่อนไหว
แมวโกญจาบางทีอาจรู้จักกันในสายพันธุ์บอมเบย์

ลักษณะที่เป็นข้อเด่น
ลักษณะสีขน : ขนสั้น สีดำตลอดทั้งตัวลักษณะของส่วนหัว : รูปหัวกลมไม่ใหญ่มาก หูใหญ่ ตั้งสูงเด่นบนส่วนหัวลักษณะของนัยน์ตา : นัยน์ตาสีดอกบวบแรกแย้ม (สีเหลืองอมเขียว)ลักษณะของหาง : หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อย
ขนยาวมากเกินไป ขนมีสีอื่นปะปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป ( เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว ) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี

วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

Simple Guide to Wine (2)

พอดีช่วงนี้วุ่นๆเลยหายไปนานเลย เพิ่งจะมีเวลามานั่งเขียน blog เนี่ยแหละ


หลังจากที่แนะนำชนิดของไวน์ไปใน Simple Guide to Wine (1) แล้ว วันนี้เราจะมาดูกันที่การเก็บไวน์ เสริฟไวน์ และดื่มไวน์เพื่อเข้าสังคมกัน



การเก็บไวน์

ไวน์นั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีชีวิต หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นเครื่องดื่มเรื่องมาก การเก็บนั้นจะซี้ซั้ววางไม่ได้ จะทำให้รสชาติเสีย หรือทำให้ไวน์นั้นเสียไปเลยได้ การเก็บไวน์นั้นมีปัจจัยสำคัญอยู่ 4 อย่างคือ อุณหภูมิ แสง ความชื้น และ ความสั่นสะเทือน

อุณหภูมิ
ไวน์ชอบอากาศที่เย็นแต่ไม่ถึงกับเย็นจัด อุณภูมิที่เหมาะที่สุดคือ 10-15C และไม่ควรเกิน 25C เพราะถ้าร้อนเกินกว่านั้น ไวน์จะเสีย กลายเป็นน้ำส้มสายชู (wine vinegar) ไป

แสง
ห้ามเก็บไวน์ไว้ในที่ๆมีแสงเยอะๆ ไวน์ไม่ชอบแสง แสงทำให้ไวน์รสชาติเสียได้ ขวดไวน์แดงเลยเป็นสีเขียวเข้ม สีน้ำตาล สีดำ

ความชื้น
ต้องพอเหมาะ (อันนี้กะยากอ่ะ) เพราะถ้าอยู่ในที่แห้งเกินไป จุกก๊อกจะแห้งและหดตัว ทำให้อากาศเข้าทำให้ไวน์เสียได้ แต่ถ้าอยู่ในที่ชื้นเกินไป จุกก๊อกอาจขึ้นราได้ (ถ้าขึ้นรา ใครจะกล้าดื่มล่ะนั่น)


ความสั่นสะเทือน
ที่ๆคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะๆ หรือที่ๆมีของพวกเครื่องซักผ้าตั้งอยู่ ไม่ควรนำไวน์ไปเก็บ ไวน์จะรสชาติเปลี่ยนได้

นอกจากนี้แล้ว ขวดไวน์ควรวางนอน ไม่วางตั้งอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้จุกก๊อกแห้ง อากาศเข้าทำให้ไวน์เสียได้




Frequently Asked Questions

ถาม: จริงหรือไม่ที่ไวน์ยิ่งเก่ายิ่งดี ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งรสชาติอร่อย?
ตอบ: ไม่จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด ไวน์ในท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น ดื่มได้หลังจากบ่มประมาณ 3 ปี และเก็บไว้ได้ถึง 5 ปี ถ้านานกว่านั้นรสชาติเข้าช่วงขาลงแล้ว ไวน์ที่เก็บได้นานๆคือไวน์เกรดดีเยี่ยมที่ราคาแพงจัดๆ ขวดละเป็นแสนเป็นล้าน ไวน์พวกนั้นควรเก็บไว้อย่างน้อย 10 ปี แต่ไม่ควรเกิน 15 ปี แต่ในบาง vintage (ปีที่ผลิต) นั้นจะสามารถเก็บได้นานถึง 25 ปี

ถาม: แล้วดูยังงัยว่าไวน์ขวดนี้ matured แล้ว (เก็บนานพอที่จะดื่มได้แล้ว)?
ตอบ: ถ้าเทลงแก้ว แล้วเอียงแก้วดูที่น้ำไวน์ ตรงขอบด้านบนของไวน์จะดูใสๆเหมือนมีน้ำลอยอยู่บนไวน์

ถาม: ไวน์แดงสียิ่งเข้มแสดงว่ายิ่งเก็บมานานแล้ว จริงหรือ?
ตอบ: ไม่จริง ไวน์แดงอายุมากขึ้นจะซีดลง ถ้าซีดถึงขั้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าไวน์เสื่อมสภาพแล้ว

ถาม: ดื่มไวน์ไม่หมดขวด เก็บได้ไหม?
ตอบ: ไวน์ขาวเก็บได้สองวัน ไวน์แดงเก็บได้ 3 วัน ในที่เย็นและมืด ถ้านานกว่านั้นให้เอาไปใช้ทำอาหาร ไม่ควรนำมาดื่มแล้ว




การเสริฟไวน์

การเสริฟไวน์นั้นสำคัญที่อุณภูมิ ถ้ามีตู้แช่ก็คงไม่ต้องคิดมากเพราะตู้มักตั้งโปรแกรมได้เลยว่าไวน์ชนิดไหน อุณหภูมิเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีตู้แช่ ให้ใช้กฏ 15 นาที

ไวน์แดง - แช่ตู้เย็น 15 นาทีแล้วนำออกมาเปิดดื่ม

ไวน์ขาว - แช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วนำออกมาตั้งไว้ข้างนอก 15 นาทีก่อนเปิดดื่ม

ไวน์ซ่า - (หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า 'แชมเปญ') - อันนี้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้กฏ เอาออกจากตู้เย็นก็เสริฟได้เลย เพราะต้องดื่มแบบเย็นจัดอยู่แล้ว

ระหว่างดื่ม ไม่ควรนำไวน์แดงแช่ไว้ในถังน้ำแข็ง เพราะไวน์แดงที่เย็นเกินไปจะรสชาติฝาดกว่าปกติ ส่วนไวน์ขาวนั้นสามารถแช่ไว้ได้ (แต่อย่าใส่น้ำแข็งจนเยอะนัก จะทำให้เย็นเกินไป ใส่น้ำแข็งนิดหน่อยผสมน้ำไว้จะดีกว่า)



วิธีเสริฟไวน์
ถ้าสังเกตดู ตรงก้นของขวดไวน์จะบุ๋มเข้าไปเป็นก้นระฆัง เวลารินให้จับขอบตรงก้นแล้วยกขวดขึ้นริน อย่าจับตรงขวดไวน์ เพราะความร้อนจากมือจะทำให้ไวน์อุ่นเกินไปได้ ถ้าไม่มีแรงยกตรงก้นขวด ให้นำผ้าห่อขวดไวน์ก่อนยกขึ้นริน รินแค่ 2/3 แก้ว แล้วยกขึ้น หมุนขวดเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ไวน์ไหลลงตามขวดด้านนอกเลอะเทอะได้

แก้วไวน์
ไวน์นั้นไม่ควรดื่มจากแก้วที่ไม่มีก้านเด็ดขาด เพราะว่าไวน์เป็นเครื่องดื่มที่รสชาติเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิได้ง่ายมาก

แก้วไวน์ขาวจะมีลักษณะเรียวยาว แก้วไวน์แดงจะอ้วนป้อมกว่า ส่วนแก้วแชมเปญนั้นจะเป็นลักษณะเรียวยาวทรงสูงไปเลย

Photobucket



Photobucket



การดื่มไวน์เพื่อเข้าสังคม

ไวน์นั้นเป็นเครื่องดื่มสำหรับการเข้าสังคมอย่างแท้จริง เพราะการดื่มไวน์เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การทำผิดขั้นตอนสามารถทำให้ขายหน้าได้ แต่จริงๆแล้ววิธีการดื่มไวน์(ให้ดูเหมือน)แบบมือโปร และมารยาทที่ควรและไม่ควรทำในการดื่มไวน์นั้น ไม่ยากมากอย่างที่หลายๆคนคิด



วิธีสั่งไวน์และรับไวน์

  • เลือกไวน์ที่เหมาะกับอาหารและรสนิยมของคนร่วมโต๊ะอาหาร (ง่ายมะ?)
  • สั่ง โดยบอก พันธุ์องุ่นของไวน์ และยี่ห้อไวน์

  • เมื่อไวน์มาถึง พนักงานจะโชว์ขวดให้ผู้สั่งดู และให้ผู้สั่ง confirm ว่าเป็นไวน์ที่สั่งไปจริง ถ้าไม่ใช่ให้บอกเค้าไปว่าไม่ใช่ ถ้าใช่ก็แค่พยักหน้าก็พอ

  • พนักงานจะเปิดจุกไวน์ และวางไว้ด้านหน้าคนสั่ง ให้มองๆเฉยๆได้ อย่าได้ทะลึ่งเอาขึ้นมาดูหรือดม

  • พนักงานจะรินไวน์ให้คนสั่งเล็กน้อย เพื่อให้ชิม (วิธีชิมอยู่ในหัวข้อต่อไป) ชิมในที่นี้ไม่ได้ให้ชิมว่าอร่อยหรือไม่ แต่ให้ชิมดูว่าไวน์เสียหรือไม่ ถ้าไวน์มีกลิ่นเหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์เปียกน้ำ ให้ส่งคืนทันทีโดยบอกเค้าไปว่า "ไวน์ cork" (ไวน์ cork เกิดจากจุกก๊อกชื้นขึ้นรา)

  • ถ้าไวน์ไม่เสีย ให้บอกเค้าว่า ok พนักงานก็จะรินให้เรา และคนอื่นๆในโต๊ะต่อไป


วิธีชิมไวน์

  • จับที่ก้านแก้วแล้วเขย่าแก้วเป็นวงกลมโดยไม่ยกแก้วขึ้นจากโต๊ะ
  • ยกแก้วขึ้นมา แล้วดมไวน์

  • ดื่มโดยการที่อมไว้ที่ลิ้นประมาณ 2 วินาทีก่อนกลืน

ถาม: ทำไมต้องเขย่าแก้วเป็นวงกลม
ตอบ: การเขย่าแก้วนั้นทำให้กลิ่นของไวน์ได้ฟุ้งออกมาอย่างเต็มที่ อีกอย่างการที่เขย่าแก้วทำให้เห็นไวน์ไหลลงกลับไปในแก้ว ทำให้เดารสชาติของไวน์ได้อีกด้วย ถ้าไวน์ไหลลงไปทีเดียว แสดงว่าไวน์นั้นมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าไวน์ค่อยๆไหลกลับลงไป ทำให้เห็นเป็นเส้นๆ เรียกว่า "ขา" ถ้าขายิ่งใหญ่แสดงว่าไวน์นั้นมีน้ำตาลสูง รสหวาน



มารยาททั่วไปของการดื่มไวน์

1. จับแก้วไวน์ที่ก้านเท่านั้น (และอย่ากางนิ้วใดนิ้วหนึ่งออกมา ทำให้ดูไม่สวยงามเป็นธรรมชาติ) การจับที่ตัวแก้วนั้น นอกจากจะทำให้รอยนิ้วมือติดไม่น่าดูแล้วยังทำให้ไวน์เสียรสชาติเพราะอุณภูมิจากมืออีกด้วย

2. ทุกครั้งที่ดื่มแล้ว ให้นำแก้ววางลงที่เดิม ซึ่งคือฝั่งขวามือด้านบนของจานอาหารทุกครั้ง

3. อย่าดื่มเสียงดัง

4. อย่าดื่มไวน์ขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก

5. ถ้าบริกรเทจะไวน์เพิ่มให้ แต่เราไม่ต้องการดื่มแล้วให้เอานิ้วแตะขอบแก้วเบาๆเป็นสัญญาณว่าพอแล้ว

6. ตามมารยาทนั้นควรดื่มไวน์ให้หมดแก้ว อย่าเหลือทิ้งไว้

7. ถ้าคุณเป็นผู้ที่รินไวน์เอง ต้องรินให้ผู้หญิงก่อนเสมอ แต่ถ้าทั้งโต๊ะเป็นผู้หญิง ให้รินให้คนข้างๆเป็นคนแรก

8. การชนแก้วไวน์นั้น ควรถือแก้วให้อยู่ในระดับสายตา การชนแก้วไวน์ควรนำแก้วมาไว้ใกล้ๆกันเฉยๆ หรือชนกันเพียงเบาๆ (แก้วไวน์ชั้นดีมักจะบางมาก การชนแก้วกันจังๆอาจทำให้แก้วแตกคามือได้)

มารยาทพวกนี้มันไม่ได้เป็นกฏหมายหรืออะไร อย่าคิดมากเลย ส่วนตัวจิ๊บว่าดื่มเอาอร่อยหรือเอาเมาดีกว่า ถ้าดื่มแล้วเครียดมันคงไม่ดีอ่ะเนอะ

cheers!

วันพุธที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

What should I do to marry a rich guy?

A young and pretty lady posted this on a popular forum:
Title: What should I do to marry a rich guy?

I'm going to be honest of what I'm going to say here. I'm 25 this year. I'm very pretty, have style and good taste. I wish to marry a guy with $500k annual salary or above. You might say that I'm greedy, but an annual salary of $1M is considered only as middle class in New York . My requirement is not high. Is there anyone in this forum who has an income of $500k annual salary? Are you all married? I wanted to ask: what should I do to marry rich persons like you? Among those I've dated, the richest is $250k annual income, and it seems that this is my upper limit. If someone is going to move into high cost residential area on the west of New York City Garden ( ? ) , $250k annual income is not enough.

I'm here humbly to ask a few questions:
1) Where do most rich bachelors hang out? (Please list down the n ame s and addresses of bars, restaurant, gym)
2) Which age group should I target?
3) Why most wives of the riches is only average-looking? I've met a few girls who doesn't have looks and are not interesting, but they are able to marry rich guys
4) How do you decide who can be your wife, and who can only be your girlfriend? (my target now is to get married)

Ms.. Pretty


Here's a reply from a Wall Street Financial guy:

Dear Ms. Pretty,

I have read your post with great interest. Guess there are lots of girls out there who have similar questions like yours. Please allow me to analyze your situation as a professional investor. My annual income is more than $500k, which meets your requirement, so I hope everyone believes that I'm not wasting time here.

From the standpoint of a business person, it is a bad decision to marry you. The answer is very simple, so let me explain. Put the details aside, what you're trying to do is an exchange of "beauty" and "money": Person A provides beauty, and Person B pays for it, fair and square. However, there's a deadly problem here, your beauty will fade, but my money will not be gone without any good reason. The fact is, my income might increase from year to year, but you can't be prettier year after year. Hence from the viewpoint of economics, I am an appreciation asset, and you are a depreciation asset. It's not just normal depreciation, but exponential depreciation. If that is your only asset, your value will be much worried 10 years later

By the terms we use in Wall Street, every trading has a position, dating with you is also a "trading position". If the trade value dropped we will sell it and it is not a good idea to keep it for long term - same goes with the marriage that you wanted. It might be cruel to say this, but in order to make a wiser decision any assets with great depreciation value will be sold or "leased". Anyone with over $500k annual income is not a fool; we would only date you, but will not marry you. I would advice that you forget looking for any clues to marry a rich guy. And by the way, you could make yourself to become a rich person with $500k annual income. This has better chance than finding a rich fool.

Hope this reply helps. If you are interested in "leasing" services, do contact me
signed, J.P. Morgan