ลักษณะกว้าง ๆ ของ ฮวงจุ้ย บ้านที่อยู่แล้วมีสิทธิรวยน้อย หรือพูดให้เพราะหูหน่อยคือรวยช้ากว่าคนอื่นเข้า ทั้งนี้รายละเอียดจริง ๆ ในการชี้ชัดนั้นต้องดู องศา ที่ตั้งของบ้านหลังนั้น และ ชัยภูมิ ภายนอก ภายใน ประกอบนะครับ แต่ที่จะเขียนนี้เป็นหลักทั่วไปที่ช่วยในการพิจารณาได้ระดับหนึ่ง เวลาเราจะ เลือกซื้อบ้าน หรือสังเกตบ้านตัวเองเราเริ่มกันเลยนะครับ
1. บ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนน
มัก เกิดกับบ้านที่สร้างมานาน และอยู่ติดถนน คือ ถนน ก็มีการถมสูงขึ้นสูงขึ้นแต่ บ้าน ไม่ได้ยกสูงขึ้น นานเข้าก็เลย ต่ำ จนต้องทำบันไดให้ก้าวลงบ้านลักษณะนี้หากไม่ต่ำกว่าครึ่งฟุตยังถือว่าไม่ต่ำ มาก หากมากกว่านี้จะเกิดสภาพเรียกว่า ลาภล้น เหมือนน้ำท่วมปากคือเห็น ลาภ วิ่งไปมา แต่เอาไม่ได้ถนัด วิธีแก้ ง่าย ๆ หากไม่ต่ำมาก คือต้องมีลานกว้างหน้าบ้านสักหน่อย ภาษาจีนเรียกว่า เม็งตึ้ง เพื่อเอาไว้เป็นบริเวณกักเก็บ พลัง เพราะฉะนั้นบ้านกรณีนี้ควรมีเนื้อที่ระหว่างถนนกับ ทางเข้าบ้าน เป็นที่โล่ง ๆ สักหน่อยจึงจะดี
2. บ้านที่อยู่ ใต้สะพาน
มัก เกิดกับบ้านหรือ ร้านค้า ตึกแถว ที่อยู่มาดี ๆ ก็มีการตัดถนนทำ สะพาน ผ่านหน้าร้าน กลายเป็นมองไม่เห็นหน้าร้านชั้นล่างไป ในกรณีนี้เราต้องยกระดับให้ชั้นที่อยู่เสมอถนนเป็นชั้นหลัก โดยทำให้ชั้นนั้นเด่นขึ้นมา ขณะที่ชั้นที่อยู่โดนบันไดบังต้องไปใช้ในเรื่องรอง ๆ ลงไป
3. บ้านที่อยู่สูงกว่าถนน
มัก เกิดกับบ้านที่สร้างแบบวางแผนล่วงหน้า คือกลัว น้ำท่วม จึงปลูกสูงกว่าถนน และยังเป็นการเผื่อในอนาคตมีการทำถนนสูงขึ้น บ้านจะได้ไม่เตี้ยลง ในกรณีนี้หากไม่ได้สูงจนเกินไปก็ไม่เป็นไร หากสูงมาก จะกลายเป็นลาภเข้าบ้านไม่ได้ คือปากอยู่สูงเกินไปกินลาภไม่ได้ แถมหากทำทางเชื่อมระหว่างถนนกับตัวบ้านค่อนข้าง ลาดชัน จะทำให้บ้านนี้มักจะเสียเงินทองโดยใช่เหตุอีก เพราะลาภใหม่นอกจากเข้าบ้านไม่สะดวกแล้ว ลาภในบ้านยังจะไหลออกได้ง่าย ๆ อีก
4. บ้านที่หน้าต่างหรือ ประตู มากเกินไป
กรณี นี้เห็นบ่อยมาก ๆ กับแบบ บ้านสมัยใหม่ คือเข้าไปแล้วดูโปร่งโล่งสบาย คนสมัยใหม่ชอบกันมาก แต่สังเกตุไหมครับว่าคนสมัยใหม่มักนิยมใช้บริการสินเชื่อ เงินด่วนทันใจ อะไรพวกนี้กันเยอะ ๆ ก็เพราะบ้านแบบนี้อยู่แล้วเก็บเงินไม่ค่อยอยู่หรอกครับ สังเกตุสิครับว่าคนสมัยนี้ถึงจะหารายได้มาเยอะก็มีรายจ่ายเยอะเหมือนกัน วิธีแก้ไขหากซื้อไปแล้วคือพยายามอย่าเปิด หน้าต่าง ใช้หลายบ้าน และรู้จักติด ม่าน ช่วยด้วย
5. บ้านที่ประตูหรือหน้าต่างอยู่ตรงข้ามกัน
เช่น ประตูหน้าบ้าน ตรงหน้าต่างหลังบ้าน ประตูหน้าบ้านตรง ประตูหลังบ้าน ก็เข้าข่ายลาภเข้ามาแล้วไหลออกได้เร็วเก็บเงินไม่อยู่เหมือนกัน ให้พยายามปิดหน้าต่าง ใช้ ผ้าม่าน ช่วย หรือวาง ฉาก ตู้โชว์ กั้นระหว่างกลางไว้
6. บ้านที่รั้วรอบบ้านโปร่ง
มักพบกับบ้าน เดี่ยวที่ชอบทำแบบโชว์ความสวยของบ้านใช้รั้วเตี้ย หรือ รั้วไม้ระแนง หรือ รั้วเหล็ก ตีเป็นซี่เล็ก ๆ ให้ดูโปร่งสบายอันนี้ก็กักเก็บลาภไว้ไม่ได้เหมือนกัน หากจะทำ รั้ว แบบนี้ ทำได้เฉพาะด้านหน้าส่วนด้านอื่นต้องเป็น รั้วทึบ เพื่อกักเก็บพลังไว้ หรือไม่ออกปลูกต้นไม้เป็นแนวรั้วแทนก็ได้
7. บ้านที่เปิดประตูแล้วเจอบันได
บ้าน พวกนี้มักจะทำให้ เงินทอง หามาแล้วมีเรื่องต้องใช้จ่ายเสมอ เรียกว่าเก็บไม่อยู่ หลีกเลี่ยงได้ต้องเลี่ยง หากอยู่ไปแล้วให้หากฉากมากั้นหน้า บันได จะช่วยได้ระดับหนึ่ง
8.บ้านที่พื้นที่บริเวณหน้าประตูเข้าบ้านแคบ
พลัง ปราณหรือชี่นั้นต้องอาศัยบริเวณลานโล่งเพื่อเป็น บ่อพักพลัง หรือกักเก็บพลัง ก่อนที่ไหลเข้าสู่ตัวบ้าน หากบ้านใดบริเวณพื้นที่หน้าประตูเข้าบ้านแคบ ไม่เปิดโล่ง หรือวางของรกรุงรัง หรือ มีต้นไม้สูง สวนหิน อยู่ตรงข้ามประตู จะทำให้พลังเข้าบ้านไม่สะดวก เมื่อบ้านรับพลังไม่เต็มที่ คนในบ้านย่อมไม่ได้รับพลังเต็มที่เช่นกัน
9.บ้านที่แวดล้อมไปด้วย น้ำเสีย ขยะ สิ่งสกปรก อับ ชื้น
พลัง ปราณ หรือ ชี่ ที่ดีนั้น จะชอบบริเวณโล่งสะอาด หากบ้านใดอยู่รายล้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ จะเหน็ดเหนื่อยในการทำมาหากิน เพราะต้องฝืนกับกระแสที่จะไหลออก คือ นอกจากไม่เข้าบ้านแล้ว ยังจะไหลออกไปอีก บ้านแบบนี้การกระตุ้นด้วยฮวงจุ้ย เพื่อช่วยในการกักเก็บพลังไว้ให้ไม่หนีไป ยามใดมีโอกาสควรรีบย้ายไปที่อื่น
10. บ้านที่แวดล้อมไปด้วยที่รกร้าง ว่างเปล่า สภาพรกร้างว่างเปล่า
คือ ไม่มี พลังชี่ ในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นเวลาเราไปอยู่แล้ว เราจะเอา พลังโชคลาภ จากที่ไหนมาล่ะ หากจะมีมาก็ต้องกระตุ้นมากเป็นพิเศษเพื่อให้พลังมาหาเรา หากเป็นหมู่บ้านที่ร้าง ๆ แล้วมีบ้านใดบ้านหนึ่งมีฮวงจุ้ยที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ก็จะ ดึงดูดพลังชี่ ให้ไปบ้านหลังนั้นเป็นส่วนใหญ่ก็ยิ่งแย่หนักเข้าไปอีก หากเห็นหมู่บ้านร้างแต่
ขายราคาถูกๆ ต้องพึงสังวรไว้ว่า ของดีแต่ราคาถูก ๆ ไม่มีในโลกน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น