หลังจากที่แนะนำชนิดของไวน์ไปใน Simple Guide to Wine (1) แล้ว วันนี้เราจะมาดูกันที่การเก็บไวน์ เสริฟไวน์ และดื่มไวน์เพื่อเข้าสังคมกัน
การเก็บไวน์
ไวน์นั้นเป็นเครื่องดื่มที่มีชีวิต หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นเครื่องดื่มเรื่องมาก การเก็บนั้นจะซี้ซั้ววางไม่ได้ จะทำให้รสชาติเสีย หรือทำให้ไวน์นั้นเสียไปเลยได้ การเก็บไวน์นั้นมีปัจจัยสำคัญอยู่ 4 อย่างคือ อุณหภูมิ แสง ความชื้น และ ความสั่นสะเทือน
อุณหภูมิ
ไวน์ชอบอากาศที่เย็นแต่ไม่ถึงกับเย็นจัด อุณภูมิที่เหมาะที่สุดคือ 10-15C และไม่ควรเกิน 25C เพราะถ้าร้อนเกินกว่านั้น ไวน์จะเสีย กลายเป็นน้ำส้มสายชู (wine vinegar) ไป
แสง
ห้ามเก็บไวน์ไว้ในที่ๆมีแสงเยอะๆ ไวน์ไม่ชอบแสง แสงทำให้ไวน์รสชาติเสียได้ ขวดไวน์แดงเลยเป็นสีเขียวเข้ม สีน้ำตาล สีดำ
ความชื้น
ต้องพอเหมาะ (อันนี้กะยากอ่ะ) เพราะถ้าอยู่ในที่แห้งเกินไป จุกก๊อกจะแห้งและหดตัว ทำให้อากาศเข้าทำให้ไวน์เสียได้ แต่ถ้าอยู่ในที่ชื้นเกินไป จุกก๊อกอาจขึ้นราได้ (ถ้าขึ้นรา ใครจะกล้าดื่มล่ะนั่น)
ความสั่นสะเทือน
ที่ๆคนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะๆ หรือที่ๆมีของพวกเครื่องซักผ้าตั้งอยู่ ไม่ควรนำไวน์ไปเก็บ ไวน์จะรสชาติเปลี่ยนได้
นอกจากนี้แล้ว ขวดไวน์ควรวางนอน ไม่วางตั้งอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้จุกก๊อกแห้ง อากาศเข้าทำให้ไวน์เสียได้
Frequently Asked Questions
ถาม: จริงหรือไม่ที่ไวน์ยิ่งเก่ายิ่งดี ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งรสชาติอร่อย?
ตอบ: ไม่จริง เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด ไวน์ในท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น ดื่มได้หลังจากบ่มประมาณ 3 ปี และเก็บไว้ได้ถึง 5 ปี ถ้านานกว่านั้นรสชาติเข้าช่วงขาลงแล้ว ไวน์ที่เก็บได้นานๆคือไวน์เกรดดีเยี่ยมที่ราคาแพงจัดๆ ขวดละเป็นแสนเป็นล้าน ไวน์พวกนั้นควรเก็บไว้อย่างน้อย 10 ปี แต่ไม่ควรเกิน 15 ปี แต่ในบาง vintage (ปีที่ผลิต) นั้นจะสามารถเก็บได้นานถึง 25 ปี
ถาม: แล้วดูยังงัยว่าไวน์ขวดนี้ matured แล้ว (เก็บนานพอที่จะดื่มได้แล้ว)?
ตอบ: ถ้าเทลงแก้ว แล้วเอียงแก้วดูที่น้ำไวน์ ตรงขอบด้านบนของไวน์จะดูใสๆเหมือนมีน้ำลอยอยู่บนไวน์
ถาม: ไวน์แดงสียิ่งเข้มแสดงว่ายิ่งเก็บมานานแล้ว จริงหรือ?
ตอบ: ไม่จริง ไวน์แดงอายุมากขึ้นจะซีดลง ถ้าซีดถึงขั้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าไวน์เสื่อมสภาพแล้ว
ถาม: ดื่มไวน์ไม่หมดขวด เก็บได้ไหม?
ตอบ: ไวน์ขาวเก็บได้สองวัน ไวน์แดงเก็บได้ 3 วัน ในที่เย็นและมืด ถ้านานกว่านั้นให้เอาไปใช้ทำอาหาร ไม่ควรนำมาดื่มแล้ว
การเสริฟไวน์
การเสริฟไวน์นั้นสำคัญที่อุณภูมิ ถ้ามีตู้แช่ก็คงไม่ต้องคิดมากเพราะตู้มักตั้งโปรแกรมได้เลยว่าไวน์ชนิดไหน อุณหภูมิเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่มีตู้แช่ ให้ใช้กฏ 15 นาที
ไวน์แดง - แช่ตู้เย็น 15 นาทีแล้วนำออกมาเปิดดื่ม
ไวน์ขาว - แช่ตู้เย็นให้เย็นจัด แล้วนำออกมาตั้งไว้ข้างนอก 15 นาทีก่อนเปิดดื่ม
ไวน์ซ่า - (หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า 'แชมเปญ') - อันนี้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้กฏ เอาออกจากตู้เย็นก็เสริฟได้เลย เพราะต้องดื่มแบบเย็นจัดอยู่แล้ว
ระหว่างดื่ม ไม่ควรนำไวน์แดงแช่ไว้ในถังน้ำแข็ง เพราะไวน์แดงที่เย็นเกินไปจะรสชาติฝาดกว่าปกติ ส่วนไวน์ขาวนั้นสามารถแช่ไว้ได้ (แต่อย่าใส่น้ำแข็งจนเยอะนัก จะทำให้เย็นเกินไป ใส่น้ำแข็งนิดหน่อยผสมน้ำไว้จะดีกว่า)
วิธีเสริฟไวน์
ถ้าสังเกตดู ตรงก้นของขวดไวน์จะบุ๋มเข้าไปเป็นก้นระฆัง เวลารินให้จับขอบตรงก้นแล้วยกขวดขึ้นริน อย่าจับตรงขวดไวน์ เพราะความร้อนจากมือจะทำให้ไวน์อุ่นเกินไปได้ ถ้าไม่มีแรงยกตรงก้นขวด ให้นำผ้าห่อขวดไวน์ก่อนยกขึ้นริน รินแค่ 2/3 แก้ว แล้วยกขึ้น หมุนขวดเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ไวน์ไหลลงตามขวดด้านนอกเลอะเทอะได้
แก้วไวน์
ไวน์นั้นไม่ควรดื่มจากแก้วที่ไม่มีก้านเด็ดขาด เพราะว่าไวน์เป็นเครื่องดื่มที่รสชาติเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิได้ง่ายมาก
แก้วไวน์ขาวจะมีลักษณะเรียวยาว แก้วไวน์แดงจะอ้วนป้อมกว่า ส่วนแก้วแชมเปญนั้นจะเป็นลักษณะเรียวยาวทรงสูงไปเลย
การดื่มไวน์เพื่อเข้าสังคม
ไวน์นั้นเป็นเครื่องดื่มสำหรับการเข้าสังคมอย่างแท้จริง เพราะการดื่มไวน์เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง การทำผิดขั้นตอนสามารถทำให้ขายหน้าได้ แต่จริงๆแล้ววิธีการดื่มไวน์(ให้ดูเหมือน)แบบมือโปร และมารยาทที่ควรและไม่ควรทำในการดื่มไวน์นั้น ไม่ยากมากอย่างที่หลายๆคนคิด
วิธีสั่งไวน์และรับไวน์
- เลือกไวน์ที่เหมาะกับอาหารและรสนิยมของคนร่วมโต๊ะอาหาร (ง่ายมะ?)
- สั่ง โดยบอก พันธุ์องุ่นของไวน์ และยี่ห้อไวน์
- เมื่อไวน์มาถึง พนักงานจะโชว์ขวดให้ผู้สั่งดู และให้ผู้สั่ง confirm ว่าเป็นไวน์ที่สั่งไปจริง ถ้าไม่ใช่ให้บอกเค้าไปว่าไม่ใช่ ถ้าใช่ก็แค่พยักหน้าก็พอ
- พนักงานจะเปิดจุกไวน์ และวางไว้ด้านหน้าคนสั่ง ให้มองๆเฉยๆได้ อย่าได้ทะลึ่งเอาขึ้นมาดูหรือดม
- พนักงานจะรินไวน์ให้คนสั่งเล็กน้อย เพื่อให้ชิม (วิธีชิมอยู่ในหัวข้อต่อไป) ชิมในที่นี้ไม่ได้ให้ชิมว่าอร่อยหรือไม่ แต่ให้ชิมดูว่าไวน์เสียหรือไม่ ถ้าไวน์มีกลิ่นเหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์เปียกน้ำ ให้ส่งคืนทันทีโดยบอกเค้าไปว่า "ไวน์ cork" (ไวน์ cork เกิดจากจุกก๊อกชื้นขึ้นรา)
- ถ้าไวน์ไม่เสีย ให้บอกเค้าว่า ok พนักงานก็จะรินให้เรา และคนอื่นๆในโต๊ะต่อไป
วิธีชิมไวน์
- จับที่ก้านแก้วแล้วเขย่าแก้วเป็นวงกลมโดยไม่ยกแก้วขึ้นจากโต๊ะ
- ยกแก้วขึ้นมา แล้วดมไวน์
- ดื่มโดยการที่อมไว้ที่ลิ้นประมาณ 2 วินาทีก่อนกลืน
ถาม: ทำไมต้องเขย่าแก้วเป็นวงกลม
ตอบ: การเขย่าแก้วนั้นทำให้กลิ่นของไวน์ได้ฟุ้งออกมาอย่างเต็มที่ อีกอย่างการที่เขย่าแก้วทำให้เห็นไวน์ไหลลงกลับไปในแก้ว ทำให้เดารสชาติของไวน์ได้อีกด้วย ถ้าไวน์ไหลลงไปทีเดียว แสดงว่าไวน์นั้นมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าไวน์ค่อยๆไหลกลับลงไป ทำให้เห็นเป็นเส้นๆ เรียกว่า "ขา" ถ้าขายิ่งใหญ่แสดงว่าไวน์นั้นมีน้ำตาลสูง รสหวาน
มารยาททั่วไปของการดื่มไวน์
1. จับแก้วไวน์ที่ก้านเท่านั้น (และอย่ากางนิ้วใดนิ้วหนึ่งออกมา ทำให้ดูไม่สวยงามเป็นธรรมชาติ) การจับที่ตัวแก้วนั้น นอกจากจะทำให้รอยนิ้วมือติดไม่น่าดูแล้วยังทำให้ไวน์เสียรสชาติเพราะอุณภูมิจากมืออีกด้วย
2. ทุกครั้งที่ดื่มแล้ว ให้นำแก้ววางลงที่เดิม ซึ่งคือฝั่งขวามือด้านบนของจานอาหารทุกครั้ง
3. อย่าดื่มเสียงดัง
4. อย่าดื่มไวน์ขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก
5. ถ้าบริกรเทจะไวน์เพิ่มให้ แต่เราไม่ต้องการดื่มแล้วให้เอานิ้วแตะขอบแก้วเบาๆเป็นสัญญาณว่าพอแล้ว
6. ตามมารยาทนั้นควรดื่มไวน์ให้หมดแก้ว อย่าเหลือทิ้งไว้
7. ถ้าคุณเป็นผู้ที่รินไวน์เอง ต้องรินให้ผู้หญิงก่อนเสมอ แต่ถ้าทั้งโต๊ะเป็นผู้หญิง ให้รินให้คนข้างๆเป็นคนแรก
8. การชนแก้วไวน์นั้น ควรถือแก้วให้อยู่ในระดับสายตา การชนแก้วไวน์ควรนำแก้วมาไว้ใกล้ๆกันเฉยๆ หรือชนกันเพียงเบาๆ (แก้วไวน์ชั้นดีมักจะบางมาก การชนแก้วกันจังๆอาจทำให้แก้วแตกคามือได้)
มารยาทพวกนี้มันไม่ได้เป็นกฏหมายหรืออะไร อย่าคิดมากเลย ส่วนตัวจิ๊บว่าดื่มเอาอร่อยหรือเอาเมาดีกว่า ถ้าดื่มแล้วเครียดมันคงไม่ดีอ่ะเนอะ
cheers!
1 ความคิดเห็น:
โอ้ว เข้าท่าหลายๆ ขอบคุงค้าบ
แสดงความคิดเห็น