ผมไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงทิ้งพ่อกับแม่ได้ลง บางคนพอพ่อแม่แก่เฒ่า ก็ไม่คิดจะเลี้ยงดู บางคนเหี้ย(ขออภัย)กว่านั้น เอาพ่อเอาแม่ขับรถพาไปทิ้ง!!!! เพียงเพราะเมียไม่ถูกกับแม่ตัวเอง แต่มันเลือกพาแม่ไปทิ้ง คนหรือสัตว์วะเนี่ย.....มันไม่น่าจะมีชีวิตเป็นคนได้เลยนะใอ้คนแบบเนี้ยะ
ลองหันมาดูอายุอานามของพวกเรา ก็ลองคิดได้เลยว่าพ่อแม่ของเรานั้นคงอยุ่ในวัยที่แก่แล้ว เราก็สมควรที่จะดูแลท่านได้แล้ว อย่าปล่อยให้สายเกินไปเพียงแค่เคาะโลง เพื่อให้เค้ามากินข้าว!!! เพื่ออะไรครับ ที่ตอนเค้าอยู่ไม่ดูแล ทีงี้จะมาให้กินข้าว มันกินเข้าไปได้มั้ย???
อย่ามาอ้างเลยครับว่ามีภาระ มีงานมีการทำ ลองนึกย้อนไปในสมัยก่อน คุณอาจจะจำไม่ได้หรอกครับเพราะยังจำความไม่ได้ ตอนที่พ่อกับแม่เลี้ยงคุณมา ท่านทั้งสองทำงานหรือเปล่า แน่นอนครับ ว่าต้องทำงานแน่ และต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะได้มีเงินมาเลี้ยงดูคุณด้วยซ้ำ
แต่เวลาคุณเลี้ยงแฟนคุณ กินข้าวดีๆ กินอาหารดี ไปดูหนังด้วยกัน กลับมีเวลาให้เค้า เห้อ.....
แม่ผมสอนเสมอครับ "เมียก็คือเมีย เลิกกันมันก็เป็นคนอื่น พ่อแม่กับลูก มันไม่มีวันเลิกกันได้เลย"
ที่บ่นๆมาเนี่ยก็ไม่ใช่อะไรครับ อยากให้ทุกคนดูแลพ่อกับแม่บ้างครับ ให้เวลากับท่านบ้าง
พ่อแม่ เลี้ยงลูกได้นับสิบคน แต่ลูกสิบคนกลับเลี้ยงพ่อแม่สองคนไม่ได้!!!!
อย่าให้เหมือนตัวอย่างนี้เลยครับ
Subject: FW: แสงไฟใน เศษฟื น..
หรือเราจะรอให้วันนั้นเกิดขึ้นกับชีวิตเราหรือกับคนที่เรารักก่อน
แล้วเราค่อยมานั่งนึกถึงมัน
ทั้งที่วันนี้เรายังมีโอกาสที่จะเปลี่ยนอนาคตของเราได้
คำสอนของยายทอง ขอปล้องกลาง
ชีวิตหญิงชราวัย 81 ปี ที่ต่อสู้ชีวิต ด้วยการ
"ขายเศษฟืน"
ยายทอง คือยายที่เราเคยไปถ่ายทำสารคดีเรื่อง แสงไฟในเศษฟืน
แล้วได้รับรู้ว่าชิวิตของยายนั้นต้องอยู่อย่างลำบากในเพิ่งสังกะสีเก่าๆ
ไม่ต่างจากกองขยะ ที่ทั้งอุดอู้ สกปรก
และไม่สามารถกันแดดฝนอะไรได้เลย
ยายต้องเดินเท้าหลายกิโลพร้อมกับกระสอบฟืน ขวดน้ำเก่าๆ
และร่มคันหนึ่ง
ใช้พยุงตัวเองมาเรื่อยๆให้ถึงหน้าโรงเรียนบุญวัฒนา
เพื่อขอขึ้นรถโดยสาร
(ที่บางคันจอดรับ และบางคันก็ไม่ให้ยายขึ้น)
ไปยังหน้าร้านทอง
สามแยกตลาดแม่กิมเฮง
"1 บาท เศษไม้ขอแลกเศษเงิน ขอบคุณลูกหลาน..ที่ช่วยต่อชีวิตให้ยาย"
ประโยคหนึ่งในเศษกระดาษเก่ายับที่วางอยู่หน้ากองฟืน
ได้คนขับสามล้อแถวนั้นเขียนทิ้งไว้ให้
เผื่อว่าคนที่ผ่านไปมาจะได้เห็นว่า
ที่มุมเสาไฟฟ้านั้นมีอีกชีวิตที่รอคนเมตตา
ซึ่งความจริงนั้นบางวันยาย...
อาจได้แค่คนที่หยุดมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครสนใจจะซื้อเศษไม้ไร้ค่านั้นเลย
สั ก ค น เ ดี ย ว
เราส่งเมลล์นี้มา ด้วยความที่อยากช่วยเหลือยาย
แต่ไม่รู้จะช่วยด้วยวิธีไหน
อยากให้เพื่อนๆช่วย Forward mail นี้ต่อกันไปเรื่อยๆ
เผื่อว่าคนที่อยู่โคราช และมีโอกาสผ่านไป
ถนนเส้นย่าโม สามแยกทางเข้าตลาดแม่กิมเฮง ตรงเสาไฟฟ้า หน้าร้านทอง
เพื่อนๆจะเห็นคนแก่คนหนึ่ง ที่ไม่มีอะไรเลย
นั่งอาศัยเงาจากเสาไฟฟ้า
เพื่อขายของบางอย่าง
ที่คนสมัยนี้เค้าไม่ได้ต้องการแล้ว
แต่ "ฟืน" มันก็เป็นเหมือนความหวังเดียวที่ยายมี
ทางออกเดียวที่ยายเห็น
จากดวงตาที่พร่ามัวเกือบบอดด้วยโรคชรา
และหูที่ตึงจนเกือบไม่ได้ยินแล้ว
ถ้าเพื่อนไม่ได้ผ่านไปก็ช่วย Forward mail นี้ต่อๆกันไปที
ถือว่าเป็นการทำบุญเท่าที่เราทำได้ เผื่อว่าวันหนึ่ง
จะมีใครสักคนที่จะเข้ามาช่วยเหลือ
ยายทอง ให้เป็นอยู่ในสภาพที่ดีกว่านี้....




1 ความคิดเห็น:
read leaw sad wah ... :*(
แสดงความคิดเห็น