แรกสุดเลย พอไปถึงที่โต๊ะ ให้นำผ้าเช็ดปากมาวางไว้บนตักก่อนเลยค่ะ วิธีวางที่ถูกต้องคือ ต้องพับผ้าเป็นสามเหลี่ยม วางบนตักโดยเอาด้านที่ปลายพับชนกัน หันไปทางด้านนอกค่ะ (ถ้าเป็นร้านอาหารที่เราต้องสั่งเอง (ไม่เหมือนกับงานเลี้ยงที่เจ้าภาพสั่งไว้ให้แล้ว) ให้นำผ้าวางบนตักเสร็จแล้วจึงค่อยดูเมนูนะคะ)
มองลงไป ตายละ ส้อมมีดเต็มไปหมด ใช้อันไหนก่อนดี? อย่าเพิ่งตกใจค่ะ กฎง่ายๆคือ ใช้จากข้างนอกเข้ามาข้างใน
บางครั้งเราต้องสั่งเครื่องดื่มก่อน บริกรถึงจะยกแก้วมาให้ แต่บางที่แก้วจะวางอยู่ก่อนแล้วทางด้านขวาเหนือมีด แก้วที่วางอยู่นั้น ใบใหญ่สุดคือแก้วน้ำ แก้วที่ดูกลมๆป้อมๆคือแก้วไวน์แดง แก้วที่ออกเรียวๆยาวๆนิดนึงคือแก้วไวน์ขาวค่ะ
ทางซ้ายมือเยื้องไปทางด้านบนนิดๆคือจานใส่ขนมปัง ในนั้นจะมีมีดตัดเนยวางอยู่ค่ะ
ขนมปังมักจะเสริฟใส่ตะกร้ามาวางไว้ตรงกลางโต๊ะเพื่อให้แชร์กัน ถ้าเป็นคนที่สนิทกันหน่อย เรามาสามารถเริ่มทานขนมปังทันทีที่เสริฟได้เลย แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่สนิทหรือเป็นเจ้านายอะไรแบบนี้ ควรรอให้อาหารจานแรกขึ้นโต๊ะก่อนค่ะ
วิธีทานขนมปังนั้น ให้หยิบจากตะกร้ามาไว้ที่จานขนมปังของเรา โดยที่ห้ามย้ายจานขนมปังมาไว้ตรงหน้าเรานะคะ ปล่อยไว้ตรงนั้นแหละค่ะ บางที่จะมีเนยก้อนเล็กให้เราเลยคนละก้อน แบบนี้ก็สะดวกดีค่ะ แต่บางทีทางร้านอาจจะนำเนยก้อนใหญ่มาไว้ตรงกลางให้แบ่งกัน ให้เรานำมีดตัดเนยของเราไปแบ่งเนยจากก้อนตรงกลางมาในขนาดพอดีๆ มาวางไว้ตรงริมๆของจานขนมปังของเราแล้วค่อยตัดจากตรงนั้นมาทาขนมปังค่ะ อ่อ แล้วก็ห้ามนำขนมปังขึ้นมากัดเด็ดขาด เพราะจะดูไม่ดีอย่างมาก ให้ใช้มือฉีกขนมปังเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วเอาเนยทาแค่ชิ้นนั้น แล้วค่อยเอาเข้าปาก ถ้าขนมปังหมดแล้ว สามารถหยิบเพิ่มได้ค่ะ ไม่น่าเกลียด ถ้าหมดตะกร้าแล้ว สามารถขอบริกรเพิ่มได้ด้วยเช่นกันค่ะ
อาหารจานแรกที่เสริฟ จะเป็นซุปหรือสลัดหรือ appetizer อื่นๆ
ซุป - ให้ใช้ช้อนที่อยู่ทางขวามือ (หรือบางทีอาจมากับจานที่รองชามซุป) ตักซุปโดยการตักออกจากตัวค่ะ ถ้าต้องการจะทานขนมปังกับซุป สามารถทำได้โดยฉีกขนมปังเป็นชิ้นพอดีคำ วางลงไปในชามซุป และใช้ส้อมจิ้มขึ้นมาค่ะ ส้อมที่ใช้นี้จะเป็นส้อมอันเล็ก อยู่ทางซ้ายมือด้านนอกสุดค่ะ พอทานหมดแล้ว ให้วางช้อนไว้ในจานโดยหันชี้ไปทาง 10 นาฬิกาค่ะ
สลัด/appetizer อื่นๆ - ให้ใช้ส้อมและมีดขนาดเล็กที่อยู่อันนอกสุด วิธีจับมีดที่ถูกต้องคือต้องจับให้ปลายมีดอยู่ตรงฝ่ามือและนิ้วชี้จะต้องกดลงไปตรงสันมีดพอดีค่ะ พอทานเสร็จ ให้วางส้อมและมีดคู่กัน หันปลายไปทาง 10 นาฬิกาเช่นกันค่ะ
อาหารจากต่อมาคือ entrée (ออง-เทร) หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า main course
อาหารประเภทเนื้อ/หมู/ไก่/เป็ด/แกะ - ให้ใช้มีดกับส้อมคู่ในสุดที่วางอยู่ได้เลยค่ะ ส้อมมีดคู่นี้จะใหญ่ หนัก และแหลมคมกว่าคู่อื่นๆทั้งหมด ... ส่วนวิธีตัดเนื้อที่ถูกต้องนั้นมีสองวิธีค่ะ
- แบบอังกฤษ (เป็นที่นิยมในหมู่คนไทย) - ให้ใช้ส้อมจิ้มไปทางด้านซ้ายสุดของชิ้นเนื้อ และมีดหั่นเนื้อทางด้านขวาของส้อม พอหั่นเสร็จ เนื้อชิ้นเล็กจะติดอยู่ที่ส้อม ให้นำเข้าปากได้เลย ระหว่างทานนั้นสามารถถือส้อมมีดค้างไว้ได้ แต่ไม่ควรเริ่มหั่นคำต่อไปจนกว่าจะเคี้ยวเนื้อชิ้นที่อยู่ในปากหมดค่ะ
- แบบอเมริกัน (ค่อนข้างวุ่นวายและไม่เป็นที่นิยม) - ให้ใช้ส้อมจิ้ม ไปทางด้านซ้ายสุดของชิ้นเนื้อ และมีดหั่นเนื้อทางด้านขวาของส้อม พอหั่นเสร็จ ให้วางมีดและสลับส้อมมาทางมือขวาแล้วจึงจิ้มเนื้อเข้าปากค่ะ หลังจากนั้นค่อยเริ่มหั่นใหม่ ทำแบบนี้ทีละคำค่ะ (วิธีวางพักมีด ให้ดูหัวข้อต่อไปค่ะ)
ไม่ว่าจะทำแบบไหน สิ่งที่ต้องจำไว้เลยก็คือ ต้องค่อยๆตัดเนื้อทานทีละคำ ห้ามตัดเนื้อทิ้งไว้ในจานเยอะๆ แล้วค่อยๆจิ้มทานเด็ดขาด เป็นการเสียมารยาทมากค่ะ
อาหารประเภทปลา - บริกรอาจนำมีดปลามาเปลี่ยนให้คุณ หรืออาจจะมีมีดปลาวางไว้บนโต๊ะอยู่แล้วก็ได้ มีดสำหรับปลานั้นปลายจะไม่แหลม และจะดูทื่อๆ ไม่คมเหมือนมีดตัดเนื้อ เพราะว่ามีดสำหรับปลานั้นแท้จริงแล้วไม่ได้มีไว้ให้ตัดปลา แต่มีเอาไว้ให้กดและแบ่งปลาเปนเส้นพอดีคำค่ะการพักมีดและส้อมนั้น สามารถทำได้โดยวางส้อมไว้ทางด้านซ้ายของจาน ส่วนมีด ให้วางเฉียงๆที่มุมบนขวาของจาน (อย่าบนมาก เดี๋ยวมันจะหล่น) โดยหันด้านคมมีดมาทางตัวเราค่ะ
เมื่อทานเสร็จแล้ว ให้นำส้อมและมีดวางคู่กันในจาน โดยหันชี้ไปทาง 10 นาฬิกาค่ะ
อาหารจานสุดท้ายคือของหวาน (ของโปรดจิ๊บ เย่ๆ)
ก่อนที่ของหวานจะขึ้นเสริฟนั้น แก้วไวน์จะถูกเก็บไปหมดเหลือไว้แต่แก้วน้ำ และบริกรจะย้ายช้อนและส้อมคู่เล็ก ขนานกันอยู่ทางด้านบนของจานมาวางไว้ทางซ้ายและขวาของจานค่ะ (บางที่อาจจะนำช้อนและส้อมมาวางใหม่เลยก็ได้) เราสามารถใช้ช้อนส้อมนี้ตามปรกติได้เลยค่ะ
บางครั้งเราอาจจะเห็นแก้วไวน์เล็กๆ (เล็กจริงๆ ประมาณว่า 2 ออนซ์) วางอยู่ทางขวาบน นั่นคือแก้วสำหรับ dessert wine ค่ะ
ชาและกาแฟอาจจะถูกเสริฟคู่กับของหวานเช่นกัน ถ้วยชากาแฟนั้นจะวางอยู่ทางขวาของเรานะคะ แล้วก็จะมีครีม นม และน้ำตาลให้เราเติมเองหรือไม่เติมก็ได้ ตามใจชอบค่ะ (ชานั้นเหมาะกับนม ส่วนกาแฟเหมาะกับครีมค่ะ ... จริงๆจิ๊บก็ไม่รู้หรอกข้อแตกต่างหรอกค่ะ พอดีจิ๊บดื่มใส่แต่น้ำตาล ไม่ชอบครีมกับนม) พอใส่ลงไปแล้ว ควรคนเบาๆ ระวังอย่าให้ช้อนไปชนขอบแก้วจนเกิดเสียงดังจนเกินไปค่ะ พอคนเสร็จแล้วให้นำช้อนวางไว้ที่จานรองแก้วก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่มค่ะ
วิธีชงชานั้น เมื่อชาเข้มตามที่ต้องการแล้ว ให้นำถุงชาวางไว้บนช้อน พันเชือกรอบช้อนและถุงชา และดึงเพื่อบีบน้ำชาออกค่ะ (บีบลงถ้วยนะ) แล้วจึงค่อยๆนำถุงชาวางบนจานรองถ้วยชา แล้วค่อยเติมนมกับน้ำตาลค่ะ วางช้อนที่จานรอง แล้วจึงดื่มค่ะ
เมื่อทานเส็ดแล้ว ให้พับผ้าเช็ดปากสองทบ (เปนสี่เหลี่ยวจัตุรัสแบบลวกๆ) แล้ววางไว้ทางขวามือ เป็นอันเสร็จการรับประทานอาหารค่ะ
ข้อควรจำสำหรับมารยาทบนโต๊ะอาหาร
- ห้ามนำของส่วนตัวทุกอย่าง (มือถือ กระเป๋าตัง กระเป๋าถือ etc.)ไว้บนโต๊ะอาหารเด็ดขาดนะคะ
- อย่านำศอกวางไว้บนโต๊ะ เพราะมันดูไม่ดีค่ะ
- ห้ามเอามีดเข้าปากอย่างเด็ดขาด .. อันนี้สำคัญมาก เพราะว่า นอกจากจะเสี่ยงอันตรายจากการถูกมีดบาดปากแล้ว สำหรับโต๊ะอาหารแบบนี้ การเอามีดเข้าปากนี่เสียมารยาทอย่างร้ายแรงเหมือนกับการเอาช้อนกลางเข้าปากเลยล่ะค่ะ
- ถ้าต้องลุกจากโต๊ะระหว่างทานอาหาร ให้นำผ้าเช็ดปากพาดไว้บนที่วางแขนของเก้าอี้ ถ้าไม่มีให้วางไว้บนเก้าอี้ได้เลยค่ะ
- ถ้าเผลอทำของตกพื้น (มีด ส้อม ผ้า etc) ไม่ต้องเก็บค่ะ ปล่อยไว้แบบนั้นและเรียกบริกรมา เพื่อขอใหม่ค่ะ
เป็นยังงัยบ้างคะ ยากเกินไปรึเปล่าคะ? มันไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิดหรอกค่ะ พอทำบ่อยๆเราก็จะคุ้นเคยและรู้สึกสนุกกับมันไปเองค่ะ การที่เรารู้เรื่องเหล่านี้ ทำให้เรามั่นใจในการเข้าสังคม (ประมานว่าไม่ต้องกลัวลาว) แถมยังสามารถทำให้คนที่คุณไปรับประทานอาหารด้วยประทับใจอีกด้วยนะคะว่าคนที่เค้ามาด้วยช่างดูดีมีมารยาทซะจริงๆเลย (แบบว่า พาออกงานไม่อายอ่ะคนเนี้ย!!!!)
Bon Appétit ค่ะ
๒ ความคิดเห็น:
เอ่อ จิ๊บ อยากบอกว่า ขอบคุณมากๆครับ สำหรับ blog อันนี้
เห่ย มานานเลยตรู เสียมารยาทตั้งหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว คริคริ
เอาใหม่ๆ จะพยายามทำให้ดีกั๊บ
แล้วอาหารสด กินไงจิ๊บ ..ยกซ๊ด??
แสดงความคิดเห็น